เวลาที่เรานำเข้าสินค้าจากจีน หรือจากที่ไหนก็ตาม มันจะมีเอกสารหนึ่งตัวที่สำคัญมาก ๆ เลยค่ะ สำคัญถึงขนาดที่ว่าถ้าไม่มีใบนี้… ของก็เคลียร์ออกจากด่านศุลกากรไม่ได้เลย เอกสารที่ว่านี้ก็คือ Commercial Invoice นั่นเองค่ะ
แต่ความสับสนมันมักจะเกิดขึ้นตรงนี้ค่ะ… ว่ามันคือใบอะไรกันแน่ หลายคนที่เป็นมือใหม่ก็มักจะสับสนว่ามันคือใบเดียวกับ Proforma Invoice หรือเปล่า หรือมันก็คือใบเสร็จธรรมดา ๆ ที่ผู้ขายออกให้… เดี๋ยวทรายจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้เคลียร์กันไปเลยค่ะ
สารบัญ
ToggleCommercial Invoice คืออะไร (ฉบับเข้าใจง่าย)
ถ้าให้ทรายสรุปแบบสั้นที่สุดและเข้าใจง่ายที่สุดเลยนะคะ Commercial Invoice ก็คือ ใบกำกับสินค้า หรือจะเรียกว่าเป็นใบเสร็จรับเงิน หรือใบแจ้งหนี้ฉบับจริงที่ผู้ขาย (เช่น โรงงานที่จีน) ออกให้กับผู้ซื้อ (ก็คือตัวเรา) ค่ะ
แต่มันไม่ใช่แค่ใบเสร็จธรรมดา ๆ ที่เราเอาไว้ดูเองนะคะ ความสำคัญของมันอยู่ตรงที่ว่า มันคือเอกสารทางการที่บอกรายละเอียดทั้งหมดของการซื้อขายครั้งนั้น ๆ แบบละเอียดยิบเลยค่ะ เช่น เราซื้ออะไรมาบ้าง, จำนวนกี่ชิ้น, ราคาต่อชิ้นเท่าไหร่, และราคารวมทั้งหมดเป็นเงินเท่าไหร่
และจุดที่สำคัญที่สุด… มันคือเอกสารหลักที่กรมศุลกากรบ้านเราจะหยิบไปดู เพื่อใช้ในการประเมินภาษีอากรขาเข้า ของสินค้าที่เรานำเข้ามานั่นเองค่ะ
ทำไม Commercial Invoice ถึงสำคัญต่อการนำเข้าสินค้า (มาก ๆ)
หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่เอกสารสำหรับผู้ซื้อกับผู้ขายเก็บไว้ดูกันเอง… แต่จริง ๆ แล้ว คนนอกที่ต้องการเอกสารนี้มากที่สุดเลยก็คือ กรมศุลกากร ค่ะ
ทรายขอเล่าว่า เพราะศุลกากรเขาจำเป็นต้องรู้มูลค่าที่แท้จริงของสินค้าที่กำลังจะเข้ามาในประเทศนะคะ เพื่อที่เขาจะได้คำนวณภาษีอากรขาเข้าได้อย่างถูกต้อง ถ้าไม่มีเอกสารนี้ หรือข้อมูลในเอกสารไม่ชัดเจน ไม่น่าเชื่อถือ สินค้าของเราก็จะถูกกักไว้ที่ด่านทันทีเลยค่ะ เคลียร์ของออกมาไม่ได้นะคะ
ดังนั้น มันจึงเป็นเอกสารบังคับสำหรับการค้าระหว่างประเทศ และเป็นเหมือนหลักฐานยืนยันการซื้อขายที่ชัดเจนที่สุดระหว่างเรากับผู้ขายที่จีน ที่ต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบค่ะ
ข้อมูลสำคัญที่ "ต้องมี" ใน Commercial Invoice
เพื่อให้เอกสารใบกำกับสินค้านี้ใช้ได้จริงที่หน้าด่านศุลกากร ไม่โดนเจ้าหน้าที่ตีกลับนะคะ มันไม่ใช่แค่การเขียนราคาลงไปในกระดาษเปล่า ๆ ค่ะ แต่ต้องมีองค์ประกอบที่ชัดเจนและครบถ้วนตามมาตรฐานสากลด้วย
ซึ่งปกติแล้วผู้ขายที่จีน (ถ้าเขาเป็นมืออาชีพ) เขาจะรู้อยู่แล้วค่ะว่าต้องใส่อะไรบ้าง แต่เราเองก็ควรต้องรู้ไว้เพื่อจะได้ตรวจสอบเป็นด้วยนะคะ โดยหลัก ๆ ที่ขาดไม่ได้เลยก็จะมีตามนี้ค่ะ:
- ข้อมูลผู้ซื้อและผู้ขาย
อันนี้พื้นฐานเลยค่ะ ต้องมีชื่อ, ที่อยู่, และเบอร์ติดต่อ ของทั้งสองฝ่ายให้ชัดเจน ทั้งฝั่งเรา (ผู้นำเข้า) และฝั่งร้านค้าที่จีน (ผู้ส่งออก) ค่ะ - รายละเอียดสินค้า
นี่คือหัวใจสำคัญที่ศุลกากรจะดูเลยค่ะ ต้องบอกให้ชัดเจนว่าสินค้าคืออะไร เช่น “รองเท้าผ้าใบ” ไม่ใช่แค่ “สินค้าเบ็ดเตล็ด” นะคะ และต้องระบุจำนวนกี่ชิ้น, ราคาต่อหน่วยเท่าไหร่ - มูลค่ารวมของสินค้าและสกุลเงิน
ต้องสรุปยอดรวมทั้งหมดของออเดอร์นี้ว่าเป็นเงินเท่าไหร่ และที่สำคัญคือต้องระบุสกุลเงินให้ชัดเจนด้วยค่ะ เช่น Total Amount 10,000 USD หรือ 50,000 RMB - เงื่อนไขการชำระเงิน (Incoterms)
ตรงนี้อาจจะดูเทคนิคหน่อย แต่สำคัญมากค่ะ มันคือตัวอักษรย่อ ๆ อย่าง FOB, CIF, EXW ที่จะบอกศุลกากรว่า ราคารวมที่เราแจ้งไปในข้อ 3 นั้น มันรวมค่าอะไรไว้บ้างแล้ว เช่น รวมค่าขนส่งหน้าโรงงานอย่างเดียว (EXW) หรือรวมค่าเรือมาถึงท่าเรือไทยแล้ว (CIF) - พิกัดศุลกากร (HS Code)
ถ้ามีช่องนี้ใส่มาด้วยจะดีมาก ๆ เลยค่ะ HS Code คือรหัสสากลที่ใช้จำแนกประเภทสินค้า จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรทำงานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมากค่ะ
จุดที่คนสับสนที่สุด: Commercial Invoice vs Proforma Invoice ต่างกันยังไง
นี่คือคำถามที่ทรายโดนถามบ่อยที่สุดเลยค่ะ สองคำนี้หน้าตาคล้ายกันมาก ชื่อก็คล้ายกันอีก แต่ในโลกของการนำเข้า-ส่งออก สองใบนี้ใช้งานต่างกันคนละโลกเลยนะคะ มาดูทีละตัวค่ะ
Proforma Invoice (ใบแจ้งหนี้เบื้องต้น)
ให้คุณลูกค้าคิดว่า Proforma Invoice มันคือ ใบเสนอราคา (Quotation) ที่ทำหน้าตาให้ดูเป็นทางการเหมือน Invoice เฉย ๆ ค่ะ
ผู้ขายที่จีนจะออกใบนี้ให้เราก่อน ที่เราจะตกลงซื้อขายกันจริง ๆ หรือก่อนที่เราจะจ่ายเงินมัดจำค่ะ จุดประสงค์ของมันก็เพื่อให้เราใช้ยืนยันออเดอร์ หรือในบางกรณี เราอาจจะต้องใช้ใบนี้ไปทำเรื่องขออนุญาตนำเข้าสินค้าบางอย่างก่อนค่ะ แต่ทรายขอย้ำตัวโต ๆ เลยนะคะว่า ใบนี้ใช้เคลียร์ของที่ด่านศุลกากรไม่ได้ค่ะ
Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้าฉบับจริง)
ส่วนใบนี้คือ เอกสารฉบับจริง ที่มีผลทางกฎหมายค่ะ นี่คือใบแจ้งหนี้ตัวจริงเสียงจริงเลย
ผู้ขายจะออกเอกสารนี้ให้เรา หลังจากที่เรายืนยันออเดอร์และดำเนินการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว และเอกสารนี้ จะต้องถูกส่งไปพร้อมกับสินค้า (หรือส่งไฟล์ให้เราเพื่อส่งต่อให้ชิปปิ้ง) จุดประสงค์หลักของมันคือการใช้ในพิธีการศุลกากร, ใช้คำนวณภาษี, และเป็นหลักฐานการซื้อขายจริง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ค่ะ ใบนี้คือใบที่ใช้เคลียร์ของที่ด่านศุลกากร ค่ะ
แล้ว 1688shipping เกี่ยวข้องกับเอกสารนี้ยังไง
ในฐานะที่เราเป็นบริษัทชิปปิ้ง หรือเป็นตัวแทนเคลียร์ของออกจากด่านศุลกากรให้คุณลูกค้านะคะ… เอกสารใบกำกับสินค้า คือเอกสารที่เราต้องใช้จากคุณลูกค้าค่ะ
หน้าที่ของเราก็คือการนำเอกสารนี้ (พร้อมกับเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Packing List) ไปยื่นต่อกรมศุลกากรอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการเคลียร์สินค้าออกมาให้คุณค่ะ
ดังนั้น ถ้าเอกสารใบกำกับสินค้าที่คุณลูกค้าเตรียมมา หรือได้จากผู้ขายที่จีนมานั้น มีข้อมูลที่ชัดเจน ครบถ้วน ไม่ผิดพลาด มันก็จะทำให้กระบวนการเคลียร์ของราบรื่นและรวดเร็วมากค่ะ แต่ในทางกลับกัน ถ้าเอกสารมีปัญหา เช่น ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือราคาที่แจ้งมาดูไม่สมเหตุสมผล (เช่น แจ้งราคาต่ำกว่าจริงมาก ๆ) ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ของติดด่าน หรือโดนเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบนานเป็นพิเศษได้ค่ะ
หากคุณลูกค้างงเรื่องเอกสารนำเข้า หรือกำลังมองหาที่ปรึกษาด้านชิปปิ้งที่ช่วยตรวจสอบและให้คำแนะนำเรื่องพวกนี้ได้ ก็สามารถติดต่อ 1688shipping ได้เลยนะคะ เรายินดีดูแลและให้คำปรึกษาค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Commercial Invoice
ใครเป็นคนออกเอกสารนี้
โดยหลักการแล้ว คนที่ออกเอกสารนี้ก็คือ ผู้ขาย หรือผู้ส่งออกค่ะ ก็คือร้านค้าหรือโรงงานที่จีนที่เราไปซื้อของนั่นเองค่ะ เขาจะเป็นคนจัดทำเอกสารนี้ขึ้นมาเพื่อแจ้งรายละเอียดว่าเขาขายอะไรให้เราบ้างในราคาเท่าไหร่ค่ะ
ถ้าไม่มีเอกสารนี้จะนำเข้าของได้ไหม
คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ได้ ค่ะ เพราะอย่างที่ทรายย้ำไปนะคะว่ามันเป็นเอกสารบังคับที่กรมศุลกากรต้องใช้ในการประเมินภาษี ถ้าไม่มีเอกสารนี้ ของก็จะถูกกักไว้ที่ด่าน ไม่สามารถเคลียร์ออกมาได้เลยค่ะ
ใช้ Proforma Invoice แทนเอกสารนี้ได้เลยหรือเปล่า
ไม่ได้เด็ดขาดเลยค่ะ อันนี้เป็นจุดที่คนพลาดบ่อยมาก Proforma Invoice เป็นแค่ใบเสนอราคาเบื้องต้น ใช้ยืนยันออเดอร์ได้ แต่ใช้ในพิธีการศุลกากรเพื่อเคลียร์ของไม่ได้นะคะ เอกสารที่ศุลกากรต้องการคือ Commercial Invoice ฉบับจริง เท่านั้นค่ะ
บทสรุปปิดท้าย
ทรายหวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณลูกค้าเข้าใจเรื่อง Commercial Invoice ได้ชัดเจนขึ้นมาก ๆ เลยนะคะ จะเห็นได้ว่ามันไม่ใช่เอกสารที่น่ากลัวหรือซับซ้อนอะไรเลยค่ะ แต่มันคือเอกสารจำเป็นที่เป็นเหมือน “พาสปอร์ต” ของสินค้า ที่ช่วยยืนยันมูลค่าและรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้การนำเข้าของเราเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แค่เราเข้าใจว่ามันคืออะไร, มีไว้ทำไม, และแตกต่างจาก Proforma Invoice ยังไง ก็จะช่วยให้เราเตรียมเอกสารได้ถูกต้อง และลดปัญหาของติดด่านไปได้เยอะเลยค่ะ และแน่นอนว่าการมีพาร์ทเนอร์ชิปปิ้งที่เชี่ยวชาญและคอยให้คำแนะนำเรื่องเอกสารเหล่านี้ได้ ก็จะยิ่งช่วยแบ่งเบาภาระและทำให้การนำเข้าสินค้าจากจีนของคุณราบรื่นขึ้นอีกมากเลยค่ะ